วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น GFPT และ TFG ในภาวะที่ราคาหมูและไก่เพิ่มขึ้นในรอบ 2 ปี

เมื่อสถานการณ์ต่างๆในประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น ภายหลังจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 เริ่มจะคลี่คลาย ความเป็นอยู่ของภาคประชาชนเริ่มกลับมาบริโภคเริ่มจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น ขณะเดียวกันราคาพืชผักผลิตผลทางการเกษตรหลายอย่างเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามต้นทุนราคาที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับราคาเนื้อหมู และราคาไก่สดในตลาด


อย่างไรก็ตามเมื่อนึกขึ้นได้ว่า หุ้นอะไรบ้างที่จะได้ประโยชน์บ้างเมื่อราคาเนื้อหมู และเนื้อไก่มีราคาขายที่แพงขึ้นแบบนี้ ซึ่งหุ้นสองตัวแรกที่เรานึกขึ้นได้ทันที คือบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT และบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ดังนั้นเอง Wealthy Thai จึงถือโอกาสรีวิวผลงานในอนาคตของทั้งสองบริษัท


สำหรับในงวดผลประกอบการในไตรมาส 3/64 นักลงทุนคงพอจะรู้กันบ้างแล้วว่าผลการดำเนินงานของทั้งสองบริษัทเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าจะออกมาในทิศทางที่เป็นพลิกขาดทุน แต่หากมองภาพในอนาคตถัดไปจะเริ่มกลับมาเติบโตได้ดีตามสัญญาณของการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศ และเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน



มุมมองในอนาคต

ราคาไก่เนื้อล่าสุดปรับขึ้นแรงสู่ระดับ 37-38 บาท/กก. จากราว 33-34 บาท/กก.ในไตรมาส 3/64 เป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีนับตั้งแต่การระบาดของ COVID-19 ขณะที่ราคาลูกไก่ขึ้นมาที่ระดับ 12 บาท/ตัว จากที่ต่ำกว่า 10 บาท/ตัว เป็นสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจฟาร์มไก่อย่าง GFPT อย่างชัดเจนจากอุปสงค์ใน ประเทศฟื้นตัวตามเศรษฐกิจในประเทศ หลังมีการคลาย Lockdown


โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อภาพการฟื้นตัวของ GPFT ในปี 2565 จากราคาไก่เนื้อในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นแบบ V-Shape เบื้องต้นคาดจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการแบบไตรมาสต่อไตรมาสได้ต่อเนื่องในปี 2565


โดย ปัจจัยที่ทำให้มีมุมมองแบบนั้นเพราะโอกาสที่ราคาไก่เนื้อในประเทศจะปรับสูงได้ขึ้นอีกตามการฟื้นตัวของการบริโภคและเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาขายส่งออกเฉลี่ยมีโอกาสสูงขึ้นเช่นกันหลังเริ่มมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในญี่ปุ่น และยุโรปส่งผลให้ Supply ไก่ในตลาดโลกลดลงในช่วงสั้น


ส่วนในด้านการผลิตจะสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ใกล้เคียงระดับปกติครบ 5 ไลน์การผลิตได้อีกครั้งเต็มปีนับตั้งแต่ปี 2563 แม้เรายังคงมุมมองว่าต้นทุนวัตถุดิบที่จะยังทรงตัวระดับสูงอยู่ และคาดหวังการชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 65 เป็นต้นไป


ทั้งนี้จากภาพการฟื้นตัวที่มีแนวโน้มดีกว่าเดิมที่ประเมินไว้ จึงปรับประมาณการปี 2565 ของ GFPT ขึ้น 16.6% เป็น 1,158 ลบ (+383.5%จากปีก่อน 64) จาก 1) ปรับสมมติฐานของราคาขายเฉลี่ยไก่ในประเทศขึ้นอย่าง ระมัดระวังเป็น 34.5 บาท/กก. จากเดิมที่คาดที่ 32.3 บาท/กก. ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าราคาไก่ในปัจจุบัน 2) ปรับปริมาณการขายขึ้นราว 2% และ 3) GPM เพิ่มเป็น13.7% จาก 13.3% สะท้อนราคาขายไก่ที่สูงขึ้น


ดังนั้น ผลของการปรับประมาณการขึ้น และปรับใช้ PER เป็น 16 เท่า จากเดิมที่ 15 เท่า เพื่อสะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่สิ้นปี 2565 ที่ 14.80 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นจาก Trading เป็น “ซื้อ”


รีวิวกันต่อที่หุ้น TFG โดยบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ทาง TFG จะมีผลขาดทุนหลักไตรมาส 4/64 ที่ 102 ล้านบาท หรือคิดเป็นขาดทุนหลักที่ลดลง 52% จากไตรมาส 3/64  เนื่องจากราคาไก่ไทยและราคาหมูไทยที่เด้งกลับมาแรงจากการเปิดประเทศในเดือนพ.ย. ส่งผลให้การบริโภคเนื้อสัตว์กลับมาเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะกลบต้นทุนวัตฤดิบที่ยังคงนในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/64


ส่วนค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 4/64 (หลักๆ ยังคงเป็นต้นทุนค่าระวางเรือที่ยังคงยืนในระดับสูง) แต่พลิกกลับจากกำไรหลักไตรมาส 4/63 ซึ่งอยู่ที่ 476 ล้านบาท


โดยราคาไก่มีชีวิตของไทยพลิกกลับมาเด้งแรง 10-13% ในเดือนพ.ย. ไปอยู่ที่ 33-35 บาท/กก. ในขณะที่ราคาหมูไทยในกทม.ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเช่นกัน 15% ในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. (ไปอยู่ที่ 78 บาท/กก.) และราคาหมูเฉลี่ยสำหรับตลาดในต่างจังหวัดก็เด้งแรงเช่นกัน 34% ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน (ไปอยู่ที่ 79 บาท/กก.)


ส่วนราคาข้าวโพดในประเทศลดลง 6% จากจุดสูงสุดในเดือนต.ค. มาอยู่ที่ 10.65 บาท/กก.ในเดือนพ.ย. และราคากากถั่วเหลืองในประเทศลดลง 3% ในเดือนพ.ย. เช่นกันเหลือ 19.5 บาท/กก. เราคาดว่าวอลุ่มส่งออกไก่ไปยังประเทศญี่ปุ่นและยุโรปมีแนวโน้มพลิกกลับมาฟื้นตัวและเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปิดประเทศในหลายประเทศหลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง


อย่างไรก็ตาม TFG ได้ถูกนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ลงอีก 79% (เหลือ 340 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนงบไตรมาส3/64 ที่ออกมาแย่มาก และปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 65 ลงอีก 6% เหลือ 4.7 บาท (ซึ่งอิงกับอัตราส่วน PER ที่ 18 เท่า)


สำหรับคำแนะนำ"ซื้อเก็งกำไร" จะมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ลงจากเดิมแต่เชื่อว่าไตรมาส 3/64 ถือว่าเป็นไตรมาสที่ต่ำสุดหรือแย่สุด ซึ่งจะตามมาด้วยผลประกอบการไตรมาส4/64 ที่มีแนวโน้มพลิกกลับมาฟื้นตัว (และการฟื้นตัวจะแรงมากขึ้นไปอีกในปี 2565 โดยจะมีปัจจัยหนุนจากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบในปี 65



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-MEM” โฟกัสหุ้น “Memory Chip” ชิปแห่งความทรงจำ “หัวใจ” สำคัญขับเคลื่อนเทรนด์ “AI Super Cycle” !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ดักเก็บหุ้น Domestic แบงก์-รพ.-ท่องเที่ยวเด่น รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง ชี้ปันผลสูง แถมมูลค่าน่าสนใจ
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นหมู-ไก่คึกคัก รับราคาเนื้อสัตว์ฟื้น ฟากโบรกฯ ยังคงมุมมอง Bearish ชี้ราคาเฉลี่ยต่ำ-ต้นทุนสูงกดมาร์จิ้น
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us