สรุปเหตุผลที่ทำให้ราคาหุ้น GULF ยังมีโอกาสไปต่อได้อีกในปีนี้
เมื่อวานนี้ (12 ม.ค. 65) ราคาหุ้นบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ทำจุด All time hight ที่ระดับ 49.50 บาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วตั้งแต่เปิดต้นปี 65 ที่ 8.20% ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายอย่างหนาแน่นตั้งแต่เปิดต้นปี 65 ด้วยเช่นกัน โดยในปีนี้เองถือเป็นปีที่ GULF จะเริ่มรับรู้และทยอยการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆที่เตรียมจะทยอยเข้าสู่ระบบ เช่นโรงไฟฟ้าขนาดกำลังผลิต 5,000 MW และการรุกธุรกิจ Non-Power
เป็นปีทองของ GULF
โดยนายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า ในปี 65 ถือเป็นปีทองของหุ้น GULF เพราะจะเริ่มมีการลงทุนโครงการที่ร่วมกับทาง PTT หลายโครงการเช่นโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ดังนั้นจึงทำให้ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ที่มากขึ้นกว่าเดิมที่ปัจจุบันมองมูลค่าเหมาะสมในระดับ 52 บาท
“ปีนี้ถือเป็นปีทองของ GULF เพราะมีหลายโครงการที่ร่วมกับทางปตท.จะเริ่ม และราคาหุ้นน่าจะยังมีโมเมนตัมไปต่อได้อีก ราคาเหมาะสมที่ 52 บาทนั้นมันยังสามารถไปต่อได้จากอัพไซด์หลายๆโครงการ ถึงแม้ว่าในแง่ของ valuation มันจะดูแพงไปแต่ยังไงหุ้นมันก็ต้องขึ้น” ประกิต กล่าว
Transform สู่บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า นอกจากแนวโน้มกำไรที่คาดส่งมอบการเติบโตกว่า 67% ในปี 65 แล้วยังจะเห็นรายละเอียดเกี่ยวกับการ Transform ตนเองจากโรงไฟฟ้า ไปสู่ บริษัทโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรขนาดใหญ่
โดยคาดว่า GULF จะสามารถจับโอกาสลงทุนเพิ่มเติมจากแผน PDP2022 ที่กำลังจะออกมา รวมทั้งการเติบโตของกลุ่ม e-commerce (ร่วมลงทุน 40% ใน JV พัฒนาแหลมฉบังเฟส 3) และการ shift สู่โลก digital (GULF ลงทุนใน INTUCH เพื่อเปิดโอกาสสำหรับธุรกิจด้าน Data center) ในแง่ของพื้นฐานคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 48 บาท
