โพยหุ้น เปิดเหตุผล! ที่ CPALL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม

โพยหุ้นสัปดาห์นี้ทีมงานได้คัดเลือกหุ้นที่นักลงทุนถามถึงกันมาคับคั่ง อย่าง CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดจากการสำรวจข้อมูลพบว่า นักวิเคราะห์ชู CPALL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มอีกด้วย ดังนั้นเราจะนักลงทุนมาหาคำตอบไปด้วยกันว่าเหตุผลอะไรที่ CPALL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม รวมทั้งจะมีความน่าสนใจแค่ไหน และทิศทางการเติบโตจะเป็นอย่างไร


สะท้อนจากมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ออกมาประเมินหุ้นกลุ่มค้าปลีกไว้อย่างน่าสนใจ โดย รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 3.48 หมื่นล้านบาทสำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 4 ซึ่งรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าอาหารและค่าซื้อสินค้า 50% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. จนถึง 30 เม.ย. 65 โดยกำหนดไว้วันละ 150 บาทแต่ไม่เกิน 1,200 บาทต่อคน ส่วนผู้ได้สิทธิในโครงการคือคนที่ละเบียนในโครงการทั้งสามเฟสก่อนหน้านี้


ดังนั้นยังแนะนำ Neutral กลุ่มค้าปลีก รวมทั้งเลือก CPALL เป็นหุ้น Top pick แนะนำ “Neutral” ราคาเป้าหมาย 79 บาท เพราะถึงแม้บริษัทจะได้รับผลกระทบจากโครงการคนละครึ่งเฟส 4 แต่ยังคงดาดว่าร้าน 7-Eleven จะมี SSSG สูงถึง8.3% ในปี 65 เพราะผู้คนเริ่มออกนอกบ้านมากขึ้น


นอกจากนี้ เชื่อว่า CPALL เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในช่วงที่รัฐบาลมีแนวโน้มลดเงินอุดหนุน เนื่องจาก CPALL ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ อีกทั้ง CPALL ยังมีการประเมินมูลค่าน่าสนใจ (P/E 29 เท่า ในปี65 และ 21 เท่า ในปี 66) โดย Upside risk ต่อคำแนะนำ Neutral ของคือ การบริโภคที่ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าคาด ส่วนdownside risk คือการคนพบโดวิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่วัดซีนในปัจจุบันอาจไม่สามารถป้องกันได้



กำไรไตรมาส
4 โต 52%จากไตรมาสก่อน

ถัดมามุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าอย่างน่าสนใจเช่นกัน โดยบอกว่า คงคำแนะนำซื้อลงทุนและเลือกเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นสำหรับปี 65 ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 72 บาท โดยเชื่อว่าราคาหุ้น CPALL ที่ผ่านมาปรับลงสะท้อนเรื่องการกระจายหุ้น MAKRO ช่วงปลายปีที่ต่ำกว่าคาดไปแล้ว ปัจจุบันซื้อขายบน PER ปี 65 ที่ 31.0 เท่า ใกล้เคียงช่วงต้นปี 64


ทั้งนี้คาดกำไรปกติไตรมาส 4/64 ที่ 2,236 ล้านบาท ลดลง 43%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 52%จากไตรมาสก่อน โดยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3/64 ซึ่งการกลับจะฟื้นตัวเด่น 52%ดังกล่าว ตาม Same Store Sales Growth (SSSG) หรือ การเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม ที่พลิกบวกทั้งร้านสะดวกซื้อ โดยบวกที่ระดับ 3% จากติดลบ 9.2% ในไตรมาส3/64 และ MAKRO บวอก 4% จากบวกที่ 1.3%ในไตรมาส 3/64


ส่วนโมเมนตั้มไตรมาส 1/65 คาดจะดีขึ้นต่อเนื่อง จึงคาดกำไรจะกลับมาโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า ตาม SSSG บวกมากขึ้น โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อที่ม.ค. บวกเกือบ 10% ตามการท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้น ประกอบกับ คาดดอกเบี้ยจ่ายจะลดลง ส่วนช่วงที่เหลือของปีคาดจะเริ่มทยอยเห็น synergy จากการควบรวมกิจการระหว่าง MAKRO และ โลตัสส์มากขึ้น ดังนั้นจึงยังคงกำไรปกติปี 65 ที่ 1.79 หมื่นล้านบาทเติบโต 115% จากปี 64



Valuation ระยะยาว เป็นระดับถูกสุดในรอบหลายปี

ทางด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด บอกว่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 70.20 บาท ฝ่ายวิจัยชื่นชอบ CPALL เป็นลำดับต้นของกลุ่มค้าปลีก จากภาพการฟื้นตัวกำไรในปี 2565-66 ที่มีความโดดเด่นเหนือหุ้นอื่น ซึ่งจะช่วยลดค่า PER’65-66 เหลือ 33 และ 26.5 เท่า โดย PER’65 ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER Band ในช่วงธุรกิจปกติปี 2559-62 ที่อยู่ราว 34 เท่า


ขณะที่ Valuation ระยะยาว อิง PER’66 ต่ำ 26.5 เท่า เป็นระดับถูกสุดในรอบหลายปี อีกทั้ง PER ดังกล่าวยังอยู่ภายใต้สมมติฐานประมาณการระยะกลาง-ยาวที่คาดหวัง Upside ได้อีกหลายส่วน โดยเฉพาะ MAKRO ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มีโอกาสขยายตัวไปได้อีกมากในระดับภูมิภาค รวมถึงช่องทางออนไลน์ ภายใต้จุดเด่น Platform อาหารสดที่มีความน่าสนใจ จากโครงสร้างอุตสาหกรรมปัจจุบันที่ยังไม่มีผู้นำ Platform อาหารสดที่ชัดเจน


ฝ่ายวิจัยยังคงคาดกำไรปี 2565-66 ของ CPALL จะกลับมาฟื้นตัวชัดเจนถึง 98% และ 25% ตามลำดับ โดยคาดปี 65 มีกำไรสุทธิ 16,109 ล้านบาท และปี 66 คาดเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 20,088 ล้านบาท แม้นับจากไตรมาส 1/65 CPALL จะถือหุ้น MAKRO ลดลงเหลือ 63% เต็มไตรมาส แต่ในส่วน MAKRO คาดชดเชยได้จากกำไรปี 2565 ที่จะเติบโตถึง 103% จากการรับรู้ กำไร Lotus’s เข้ามาเต็มที่, ธุรกิจ Lotus’s คาดดีขึ้นทั้งธุรกิจค้าปลีกและพื้นที่เช่า ทั้งฐานธุรกิจปัจจุบันที่ฟื้นจาก COVID และการนำ PO ขยายสาขาใหม่ๆ เพิ่มเติม รวมทั้งนำไปคืนหนี้ และ Synergy ต้นทุนระหว่างธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ส่วนธุรกิจค้าส่งเอง คาดฟื้นตัวตามภาพใหญ่การท่องเที่ยว หนุนลูกค้า HORECA (25% ของรายได้ธุรกิจค้าส่ง)


ขณะที่ CPALL ธุรกิจดั้งเดิมร้านสะดวกซื้อ คาดดีขึ้นทั้งยอดขาย ที่จะมาจากทั้งการฟื้นตัวยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่เปิดปีมา ค่อนข้างแข็งแกร่ง ฟื้นตัวในระดับราว 10% บวกกับการขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่ประสิทธิภาพกำไรคาดทยอยฟื้นตัวกลับสู่ปกติ หนุนตามกิจกรรมเศรษฐกิจที่ทยอยกลับมาใกล้เคียงปกติ เช่น การกลับมาทำงานที่ออฟฟิส,การเปิดเรียน รวมถึงกิจกรรมสถานบันเทิงในช่วงราตรีรวมถึงการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ในส่วน CPALL เอง จะมีอานิสงส์จากการนำเงินขายหุ้น MAKRO พร้อมช่วง PO ไปคืนหนี้ด้วย



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 19 ชั่วโมง
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us