ปี 2565 คือปีทองหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ CIVIL อาจเป็นหุ้น “Super growth stock”
กลุ่มรับเหมาก่อสร้างกำลังอยู่ในจุดที่น่าสนใจในการลงทุนมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงการแพร่ระบาด 2 ปีที่ผ่านมาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐก็หยุดชะงัก ทำให้มีการอั้นการลงทุน ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาที่ไม่ไกล อาจเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนให้โครงการประมูลขนาดใหญ่ต้องเร่งออกมา และสิ่งที่พบในการประมูลครั้งใหญ่ของปีนี้ พบว่าการแข่งขันนั้นลดลง
บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ว่า ในการเปิดซองรถไฟฟ้าสีม่วงใต้ บริษัทรับเหมาใหญ่แบ่งงานกันถ้วนหน้าวานนี้ (1 ก.พ. 65) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดซองข้อเสนอที่ 3 ( ซองราคา) การประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) วงเงินกว่า 8.2 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 6 สัญญา
เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดในแต่ละสัญญา เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียงเล็กน้อย สะท้อนภาวะการแข่งขันด้านราคาที่ไม่ได้รุนแรงมากนัก เนื่องจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างยังมีความกังวลต่อต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นโดยเป็นการกระจายงานไปยังบริษัทรับเหมารายใหญ่ถ้วนหน้าทั้ง ITD,CK,STEC,UNIQ และ NWR ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา จะเป็นการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง หลังจากนั้น จึงจะเจรจาตกลงราคากับผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุดของแต่ละสัญญา ซึ่งคาดว่าภายในเดือน ก.พ 65 จะเจรจาได้ข้อยุติด้านราคา ก่อนที่จะมีการลงนามสัญญาสั่งจ้างก่อสร้างฯ ต่อไป โดยฝ่ายวิจัยจะเริ่มเห็นการรับรู้รายได้งานก่อสร้างโครงการนี้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เป็นต้นไป
ฝ่ายวิจัย ASPS มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปีนี้ที่ภาครัฐจะเร่งเดินหน้าเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ เพื่อใช้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โครงการประมูลใหญ่ถัดไปที่น่าจับตามองคือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกมูลค่า 1.2 แสนล้านบาท จะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง BEM ที่มี CK เป็นผู้รับเหมาหลัก และ BTS ที่มี STEC เป็นผู้รับเหมาหลัก ทำให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะได้ทั้งกระแสเก็งกำไรและเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฝ่ายวิจัยแนะนำ ซื้อ CK และ STEC ส่วน ITD และ NWR มีพื้นฐานที่อ่อนแอกว่าและมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะตัวเช่นการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์และการปรับประมาณการต้นทุนก่อสร้างบ่อยครั้งทำให้มีอัตรากำไรไม่สม่ำเสมอ
บล.บัวหลวง มองว่า กลุ่มรับเหมาก่อสร้างจะมีการเติบโตที่ดีในปีนี้ และมองว่าหุ้นน้องใหม่อย่าง CIVIL จะเป็น Super growth stockด้วย โดย บล.บัวหลวงมองว่า ราคาของ CIVIL ที่ใกล้ราคา IPO เป็นโอกาสของการลงทุน
1) มั่นใจ อัตรากำไรขั้นต้นรักษาระดับ 2 หลัก และเด่นกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ จากกลยุทธ์มีโรงงานช่วยลดต้นทุนวัสดุก่อสร้าง การ Balance Portfolio และใช้เครื่องจักร-เทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องแรงงานด้วย
2) งานในมือที่รอรับรู้รายได้ สามารถสร้างรายได้ระดับปัจจุบันได้ 2-3 ปี แต่เราคาดไม่จบแค่นั้น เพราะงาน โครงการใหญ่ยังมีอีกมาก เชื่อจุดเปลี่ยนการหางานเชิงรุกคือหลัง IPO มีเงินทุนและเครื่องจักรพร้อมลุยมากขึ้น
3) เห็น Potential upside เพิ่มเติมหลังการถือหุ้นของ BTS GULF ที่มีชื่อเสียงและมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก หากพิจารณาโครงการใหญ่ที่เปิดเผยแล้วก็มีมูลค่ารวมเกือบ 1.9 แสนล้านบาท ทำให้มั่นใจต่อศักยภาพการเติบโต
4) จากโอกาสเติบโตมหาศาล เราจึงมองว่า CIVIL ไม่ใช่แค่หุ้นรับเหมา แต่เป็น “Super growth stock” และควรแก่การให้ Premium valuation จากเฉลี่ยกลุ่มฯ
อย่างไรก็ตาม บล.บัวหลวง ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 7.70 บาท โดยอิงพี/อีปี 2022 ที่ 20 เท่า สะท้อนความมั่นใจต่อการเติบโตสูงและจับต้องได้ในระยะ 5 ปีข้างหน้า

