3 หุ้นโรงไฟฟ้าน่าสนใจแค่ไหน? เมื่อปัจจัยลบกำลังจะหมดไป

ความเคลื่อนไหวของหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาดูเหมือนกับว่า จะไม่เป็นใจให้กับผู้ถือหุ้นเลย โดยเฉพาะหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง GULF,BGRIM และ GPSC ที่ในช่วงทำการซื้อขาย 2 วันแรก ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนก..65 ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาตลอด คำตอบที่นักลงทุนสงสัยว่าทำไมหุ้นโรงไฟฟ้าถึงปรับตัวลง และอยากรู้ว่าจากนี้ไปราคาจะเป็นอย่างไรต่อไป


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า สาเหตุที่ราคาหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวลดลงมา เช่น BGRIM และ GPSC รวมถึง GULF คงเป็นเพราะผลตอบแทนของพันธบัตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจึงทำให้หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขาดความน่าสนใจ รวมถึงผลการดำเนินงานของหุ้นโรงไฟฟ้าในงวดไตรมาส 4/64 จะได้รับผลกระทบจากการที่ค่า Ft ที่อยู่ในระดับต่ำ


ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรหลักรวมกลุ่มโรงไฟฟ้าไตรมาส 4/64 ที่ 6.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% ซึ่งมาจาก EGCO, GULF แต่จะลดลง 28% จากไตรมาส3/64 เพราะค่าแก๊สเพิ่ม, ปัจจัยฤดูกาล และค่าใช้จ่ายสูงขึ้น


และในไตรมาส1/65 คาดกำไรหลักที่ 7.4 พันล้านบาท ลดลง 9%จากปีก่อน เพราะต้นทุนแก๊สเพิ่ม โดยแนวโน้มต้นทุนแก๊สที่เพิ่มนี้เกิด (และกระทบอัตรากำไรกลุ่ม SPP) เนื่องจากปริมาณการผลิตแหล่งเอราวัณที่ลดลง ทั้งนี้เราได้ปรับราคาเป้าหมายของกลุ่มฯ ใหม่เพื่อสะท้อนแนวโน้มค่าแก๊สและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่ม


โดยรวมชอบกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP และพลังงานทางเลือก มากกว่าโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจากแนวโน้มค่าแก๊สที่ปรับขึ้นกดดัน มาร์จิ้น SPP และจากโอกาสใหม่จากแผน PDP จะ unlock การเล่นหุ้นในกลุ่มอีกครั้ง และที่สำคัญยังมองหาโอกาสลงทุนธุรกิจ เช่น GPSC ไปทำธุรกิจแบตเตอรี่ หรือ GULF ลงทุนด้าน digital infrastructure ใหม่ๆ เป็นต้น ซึ่งชอบ GULF มากที่สุดในกลุ่ม ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 62 บาท (ปรับเพิ่มจาก 48 บาท) รวมมูลค่าธุรกิจต่างๆ ที่เพิ่งประกาศเข้ามา



BGRIM นักวิเคราะห์เสียงแตก

ขณะเดียวกันเราจะพานักลงทุนมาดูข้อมูลปัจจัยพื้นฐานของหุ้นโรงไฟฟ้าผ่านมุมมองของนักวิเคราะห์ โดยขออนุญาตยกตัวอย่างหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ราคาหุ้นลงมาอย่างต่อเนื่อง 2 วันติดต่อกันในช่วงที่ผ่านมา เริ่มกันที่ BGRIM บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มอง Negative ต่อแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 4/64  ที่ราว 222 ล้านบาท ลดลง 57% จากปีก่อนต่ำกว่าที่เคยมอง จากต้นทุนก๊าซฯสูงกว่าคาด


ทั้งนี้คาดกำไรปกติไตรมาส 1/65 แม้จะฟื้นจากไตรมาส 4/64 หลังภาครัฐปรับขึ้นค่า ft และออกจากช่วง low season ของโรงไฟฟ้าในประเทศ แต่กำไรยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 9-11% เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาดไว้ว่าจะทำได้ 3,300 ล้านบาทคงคำแนะนำ Reduce ที่ ราคาเป้าหมาย 33 บาท/หุ้น แม้ราคาหุ้นปรับลงมาแล้ว 12% จากต้นปี แต่มองว่ายังไม่ใช่จุดซื้อเก็งกำไรโครงการในอนาคต ซึ่งโครงการใหญ่ระหว่างเจรจาที่น่าจะล่าช้าไปอยู่ในครึ่งหลังของปี 65


ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) มองว่าราคาหุ้น Underperform SET ราว -41% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เพราะมาจากค่าก๊าซธรรมชาติที่มีโอกาสอยู่ในระดับสูงตลอดในปี 65 แต่ค่า Ft ไม่สามารถปรับตามได้ทั้งหมดเป็นปัจจัยกดดัน ซึ่งทำให้โอกาสที่หุ้นจะกลับมา outperform SET อย่างมีนัยสำคัญในปี 65 นั้นถือเป็นเรื่องท้าทาย


อย่างไรก็ตามในระยะยาวเราเชื่อว่าค่า Ft จะสามารถปรับเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ทำให้กำไรขั้นต้นกลับมาอยู่ในระดับปกตินอกจากนี้โครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจากว่า 3.5GW คาดจะทราบความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในปี 65 จะเป็น key catalysts ได้ในอนาคต


ดังนั้นยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 56.50 บาท (เดิม 55.00 บาท) อิง DCF (WACC 5.0%, TG 0%) สะท้อนประมาณการใหม่หลังรวมโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ 370 MWe และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดจากต้นทุนค่าก๊าซที่อยู่ในระดับสูง    



GPSC สะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มอง Negative ต่อแนวโน้มไตรมาส 4/64 ของ GPSC คาดกำไรสุทธิ 1,321 ล้านบาท  ลดลง 9% จากปีก่อน อ่อนแอแม้มีเงินประกันเข้ามา แต่ก็มีแรงฉุดจากด้อยค่าโรงไฟฟ้า GE5 ด้วยหากตัดรายการพิเศษทั้งหมดออก กำไรปกติ 977 ล้านบาท เพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากส่วนของการขายไฟลูกค้าอุตสาหกรรมที่ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ค่าไฟคงที่


อย่างไรก็ตามคาดกำไรปกติไตรมาส 1/65 จะฟื้นต่อจากไตรมาส4/64 หลังโรงไฟฟ้าประเภท IPP และ SPP ออกจาก low season และปิดซ่อมลดลง ประกอบกับอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนปรับค่า ft แต่หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนยังลดลง เพราะอัตรากำไรขั้นต้นยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น


ทั้งนี้ปรับประมาณการกำไรปกติ 65-66 ลง สะท้อนการปิดซ่อมที่มากกว่าคาด ต้นทุนพลังงานสูงกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรฯ Avaada เร่งตัวช้ากว่าคาด พร้อมกับปรับราคาเป้าหมายเป็น 95.50 บาท/หุ้น และคงคำแนะนำ ซื้อ คาดราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบไปแล้ว มองหลังผ่านไปในช่วงไตรมาส1/65 จะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง อัตรากำไรที่ฟื้นจาก ft ที่ปรับขึ้น ระยะยาวมีกำลังการผลิตใหม่ และมีธุรกิจ new S-curve (Battery) หนุน



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-MEM” โฟกัสหุ้น “Memory Chip” ชิปแห่งความทรงจำ “หัวใจ” สำคัญขับเคลื่อนเทรนด์ “AI Super Cycle” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นหมู-ไก่คึกคัก รับราคาเนื้อสัตว์ฟื้น ฟากโบรกฯ ยังคงมุมมอง Bearish ชี้ราคาเฉลี่ยต่ำ-ต้นทุนสูงกดมาร์จิ้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us