ณพ “วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ” ควงที่ปรึกษากฎหมายแจง ย้ำชัด “ขายของผิดคําพรรณนา”

ภายหลังจากนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ถือหุ้นเดิมบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH ได้ออกมาแถลงข่าวผ่าน Zoom เพื่อโต้แย้งประเด็นที่ นายณพ ณรงค์เดช รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร WEH ที่ได้จัดงานแถลงข่าวไปก่อนหน้า ล่าสุดนายณพ ณรงค์เดช พร้อมด้วยที่ที่ปรึกษา​กฎหมาย Legal Advisor อย่าง นายอภิวุฒิ ทองคำ ได้ออกมาเปิดใจผ่านสื่ออีกครั้ง


นายณพ ณรงค์เดช กล่าวว่า จากกรณีที่นายนพพร ระบุว่า ได้ทำสัญญาขายหุ้น WEH ราว 40% ให้บริษัทตนเอง คิดเป็นวงเงินราว 700 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ขอชี้แจงว่า การทำสัญญาซื้อขายดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ สัญญาการชำระเงินซื้อขายเลย ส่วนที่สองเรียกว่า โบนัส โดยที่ผ่านมาตนเองได้ชำระเงินค่าหุ้นตามสัญญาไปแล้ว จึงเหลือเพียงส่วนของโบนัส ซึ่งไม่แน่ใจว่าส่วนตรงนี้ตนเองเป็นหนี้เขาหรือไม่ เพราะเป็นรายละเอียดในด้านกฎหมาย


นายอภิวุฒิ กล่าวเสริมว่า ประเด็นดังกล่าวนั้น นายณพ ณรงค์เดช เข้าไปซื้อขายหุ้น WEH ในช่วงนั้นจะมีบอกรายละเอียดถึงโครงการและที่ดิน เงื่อนไขที่ทำไว้เป็นอย่างไร นั่นก็คือ คำพูดที่พูดกันว่า ของตรงปก หรือไม่ตรงปก  แต่พอเข้าไปซื้อแล้ว การจ่ายเงินค่าซื้อขายได้จ่ายกันครบถ้วนแล้ว แบ่งเป็นครั้งแรก 90 ล้านเหรียญสหรัฐ และต่อมาอีกประมาณ 85 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ที่เป็นข้อซักถามกันคือ เงินโบนัส


ทั้งนี้โบนัส คือ หากเข้าเงื่อนไขคุณจะได้รับเงิน แต่ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขคุณไม่ได้ เพราะไม่ใช่ราคาซื้อขาย ซึ่งเป็นเรื่องของ incentive โดยนายณพ เชื่อมั่นว่ามีการผิดเงื่อนไขของสัญญาทำให้ไม่ต้องจ่าย เพราะมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่า ไม่ตรงกับข้อตกลงกันในสัญญา เลยทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับโบนัส


สำหรับโบนัสนั้น มูลค่าประมาณ 525 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วงที่เข้าไปซื้อ โครงการมีทั้งหมด 8 โครงการ แต่ 2-3 โครงการจบไปก่อนแล้วจึงไม่เกี่ยว ส่วนที่เหลืออีก 5 โครงการ ในเงื่อนไขที่กำหนดไว้ว่า ถ้าทำได้สำเร็จ คือการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) หรือการทำ IPO อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ก็จะมีเงื่อนไขที่จะได้โบนัสใน 5 โครงการ


แต่ช่วงนั้นที่เข้าไปใน 5 โครงการดังกล่าว อุปกรณ์ หรือส่วนประกอบที่จะทำให้สามารถ COD ได้นั้นไม่สมบูรณ์ ไม่เป็นไปตามที่ระบุมา จึงต้องมานั่งแก้ไขใหม่ ทั้งการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน รวมทั้งใบอนุญาตใหม่ เป็นต้น จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับโบนัสใน 5 โครงการหลัง แม้จะมีการ COD แล้วก็ตาม


“เราเชื่อตามข้อมูลที่ให้ แต่ของที่เราได้มา เราต้องไปทำใหม่หมด จึงผิดเงื่อนไขตามสัญญา ถ้าเป็นภาษากฎหมายเรียกว่า ขายของผิดคําพรรณนา พูดง่ายๆ คือโฆษณาชวนเชื่อ”นายอภิวุฒิ กล่าว


ทั้งนี้นายนพพร ได้ไปยื่นฟ้องเพื่อขอยกเลิกการขายหุ้น WEH ให้แก่บริษัทของนายณพ แต่คณะอนุญาโตตุลาการตัดสินว่าสัญญาดังกล่าวมีผลสมบูรณ์คืนไม่ได้ ซึ่งนายนพพรได้รับเงินไปแล้ว และปัจจุบันเหลือข้ออ้างเพียงเงินโบนัสดังกล่าวเท่านั้น


ส่วนประเด็นที่ดิน สปก.เป็นเรื่องที่ต้องประสานงานกับทางฝ่ายราชการที่จะทำให้ถูกต้องตามระเบียบของกฎหมาย ซึ่งเป็นทางฝ่ายราชการที่กำลังดำเนินดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตามไม่ใช่เฉพาะ WEH แต่มีผู้ประกอบการหลายรายที่ต้องดำเนินการเหมือนกันหมด แต่อย่างไรก็ตามเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งบริษัทก็ได้ดำเนินการทุกอย่าง ที่จะต้องทำ  โดยโครงการเกือบทั้งหมดของบริษัทดำเนินการอยู่บนพื้นที่ สปก.


“ความตั้งใจที่ดี ที่นายณพ เข้าไปเพื่อทำให้โครงการสำเร็จ และใช้พลังงานที่สะอาดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เราเชื่อว่าภาครัฐคงมองเห็นประโยชน์ตรงนี้ที่จะให้ความยุติธรรมต่อผู้ประกอบการ เพราะว่ามีหลายราย และคิดว่าภาครัฐมีวิธีการที่จะได้รับผลตอบแทนในการใช้พื้นที่หลวง ซึ่งในพื้นที่ สปก.มีสัญญาเช่า 25 ปี”นายอภิวุฒิ กล่าว


ขณะที่เรื่องเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นายณพ ณรงค์เดช กล่าวว่า เราดำเนินการด้วยความตั้งใจ แม้มีอุปสรรคเข้ามามากมาย แต่ปัญหาก็ได้มีการแก้ไขไปเกือบหมดแล้ว วันนี้อยู่ในขบวนการทีมบริหารที่ดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามแม้มีข่าวเยอะขนาดนี้ผลประกอบการของบริษัทไม่ได้แย่ สามารถ COD โครงการจบครบทั้งหมด และผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นประเด็นที่บอกว่าจะไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ก็ไม่รู้ว่าเป็นประเด็นมาจากไหนกัน และถ้าจะบอกว่าประเด็นทางกฎหมายเป็นตัวชี้วัดว่าไม่สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้นั้น ตนเองได้รับการยืนยันจากที่ปรึกษากฎหมายว่า ไม่ได้เป็นส่วนที่จะทำให้ไม่สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้


นอกจากนี้ในขบวนการของเรื่องยากๆ ได้จัดการแล้วพอสมควร ทั้งเรื่องที่ดิน โครงสร้างบริษัท โครงสร้างทางการเงิน เป็นต้น โดยการทำ IPO  ยอมรับว่ามีทั้งเรียบง่าย และบางบริษัทจะต้องทำอะไรหลายๆอย่างที่จะถึงจุดนั้น โดยปัจจุบันมีเรื่องภายในที่ต้องจัดการ รวมทั้งการแปรสภาพบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนยังมีขั้นตอนอีกหลายอย่างด้วย


นายอภิวุฒิ กล่าวเสริมว่า วันที่ 10 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นคำร้องขอจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเข้ามา ถือเป็นโอกาสที่ดี ทำความเข้าใจถึงข้อสงสัยที่ถูกพูดกันว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีวาระอย่างไรบ้างก็เป็นสิทธิ์ของผู้ถือหุ้น ส่วนวิธีการพูดนั้น จะใช้ความจริงในการพูดกับผู้ถือหุ้น


ด้านนายณพ กล่าวอีกว่า การประชุมผู้ถือหุ้นที่จะเกิดขึ้นไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด โดยเรามีเป้าหมายเดียวกัน ทุกคนก็ถามว่าเมื่อไหร่จะ IPO เมื่อไหร่จะจ่ายปันผล


ส่วนประเด็นการโหวตให้นายณพ ออกนั้น แบงก์จะว่าอย่างไร จะมีผลต่อการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯหรือไม่ นายอภิวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าแบงก์จะ Concern เป็นธรรมดา เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น ความต่อเนื่องของการบริษัท ทั้งด้านนโยบาย และทิศทางเหมือนที่รับปากหรือไม่ ซึ่งในช่วงที่ landing เขาเชื่อในหน้าตาของเรา แต่พอวันนี้เปลี่ยนแปลง จึงเชื่อว่ามี Concern กับความต่อเนื่องของการทำงาน


ขณะที่ประเด็นการบริหาร กรณีกองละครของภรรยานั้น นายณพ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ตนเองเข้ามานั้น สิ่งที่ทำอยู่ปัจจุบันมีพื้นที่ที่อยู่ในนครราชสีมา และชัยภูมิ จึงต้องมีทีมเข้ามาดูแล ซึ่งการเข้ามาของตนเองไม่มีการไล่ใครออกเลย แต่ช่วงแรก ๆ ด้วยภาพลักษณ์องค์ทำให้การหาพนักงานยาก และตนเองไม่ได้คิดมาก จึงมองว่าทีมตรงนี้ไม่ได้ทำอะไร จึงหาบุคคลที่เข้ามาสนับสนุน อย่างไรก็ตามบุคคลที่นำมามีผลงาน รวมทั้งวางแผนในแต่ละปีอย่างชัดเจนด้วย ส่วนเรื่องรถยนต์แบรนด์ดังนั้น ตนเองได้ซื้อออกจากบริษัท เป็นของส่วนตัวแล้ว

Share: