ถึงเวลา “หุ้น Value”...โอกาสลงทุนฝ่า “ตลาดผันผวน” !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?.....ช่วงที่ “ตลาดผันผวน” ราคา “หุ้นเติบโต” (Growth) เริ่มแพง ตลาดเริ่มกลับมาสนใจใน “หุ้นคุณค่า” (Value) มากขึ้น


เนื่องจากตลาดเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับ “ผลกำไรที่เกิดขึ้นจริง” (Real Earnings) กระแสเงินสด และระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่มีความสมเหตุสมผล ท่ามกลางต้นทุนเงินทุนที่เพิ่มขึ้น


ซึ่งทำให้ปีนี้ ธีม “หุ้น Value” ทั้งในและต่างประเทศ สร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างดีและโดดเด่น


อีกทั้งยังเป็นทางเลือกในการลงทุนที่กระจายออกจาก “หุ้น Growth” ช่วยช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตการลงทุน ฝ่าตลาดที่ผันผวนได้เป็นอย่างดี


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นคุณค่า” (Value) ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้น
Value"…กระจายจาก "หุ้น Growth" หลบ "ความผันผวน"

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น “หุ้น Value-ตปท.” 2 กอง และ “หุ้น Value-ไทย” อีก 2 กอง ซึ่งมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย


- “ONE-USAV: กองทุนเปิด วรรณ USA Value” ของบลจ.วรรณ เป็นกองทุนในกลุ่ม “US Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น Value” ของบริษัทในสหรัฐที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ (Large Market Capitalisations) เป็นหลัก


ผ่านกองทุนหลัก ‘FTGF Putnam US Large Cap Value Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Franklin Templeton International Services S.à r.l. ซึ่งกองทุนหลักมีการบริหารการลงทุนเชิงรุก (Active Management) ผ่านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและเครื่องมือเชิงปริมาณ เพื่อคัดเลือกหุ้นคุณค่าขนาดใหญ่ (US Large-Cap Value) ที่มีสภาพคล่องสูงและพื้นฐานธุรกิจทนทานต่อสภาวะความไม่แน่นอน โดยจุดเด่นสำคัญคือการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ส.ค. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

  1. Information Technology 20.67%

  2. Financials 18.50%

  3. Health Care 14.58%

  4. Industrials 10.10%

  5. Consumer Discretionary 8.09%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Microsoft Corporation 7.23%, 2) Apple Inc. 6.49%, 3) Amazon.com, Inc. 3.29%, 4) Citigroup Inc. 3.25% 5) ExxonMobil Holdings Corporation 2.78% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างหุ้นเทคโนโลยีที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง หุ้นสถาบันการเงิน และหุ้นกลุ่มพลังงานได้อย่างลงตัว”


ปัจจุบัน กองทุนอยู่ระหว่างเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่าง 19 – 28 ต.ค. 26 นี้


- ถัดมาเป็น “ES-GLOBALVALUE: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Value” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “กองทุนรวม/ETF” ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของNAV ที่กองทุนปลายทางเน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบ “Value Style” และการลงทุนในตราสารทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยกระจายการลงทุนไปในภูมิภาคต่างๆ ของโลกที่มีศักยภาพและโอกาสในการลงทุน

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ก.ย. 26) มีการกระจายลงทุนใน 4 กองทุน ประกอบด้วย

  • Cambria Global Value ETF 81%

  • FTGF ClearBridge Value Fund Premier Class US$ Distributing (A) 10.27%

  • BNP Paribas Funds Sustainable US Value Multi- Factor Equity I USD 7.12%

  • Veritas Global Focus A USD 96%


- มาต่อกันด้วย “VFOCUS-D: กองทุนเปิด ไทย แวลู โฟกัส อิควิตี้ ปันผล” ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น Value-ไทย” ของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลการดำเนินงานที่ดี มีกิจการมั่นคง ทำกำไรดีสม่ำเสมอ และมีรายได้ไม่ผันผวนรุนแรงตามภาวะเศรษฐกิจ รวมไปถึงกิจการที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของหลักทรัพย์ในกลุ่มเดียวกัน โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ ดังนี้


1) ประวัติการจ่ายเงินปันผลในอดีต และการคาดการณ์แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต


2) มีอัตราการจ่ายเงินปันผล สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด หรือของหลักทรัพย์กลุ่มเดียวกัน


3) ผลประกอบการในปัจจุบันและอนาคต โดยจะพิจารณาจากรายได้และกำไรค่อนข้างสม่ำเสมอไม่ผันผวนรุนแรงไปตามภาวะเศรษฐกิจ


4) เป็นหุ้นที่มีมูลค่าราคาต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม โดยมีราคาตลาดต่อกำไรต่อหุ้น (Price to Earning Ratio : P/E Ratio) และราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี (Price to Book Value : P/BV Ratio) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่ม


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ส.ค. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

  1. พลังงานและสาธารณูปโภค 23.22%

  2. ธนาคาร 22.06%

  3. ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 15.26%

  4. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.57%

  5. ขนส่ง 6.34%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) DELTA 13.98%, 2) PTT 8.63%, 3) KBANK 6.62%, 4) KTB 6.54% และ 5) ADVANC 6.39% ตามลำดับ”


ทั้งนี้ กองทุน “VFOCUS-D” มีนโยบาย “จ่ายปันผล” ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ในอัตราไม่ต่ำกว่า 75% ของกำไรสุทธิของแต่ละรอบ ระยะเวลาที่จะจ่ายเงินปันผลนั้น ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายปันผลไปแล้ว 25 ครั้ง เป็นเงินรวมกัน 11.18 บาท/หน่วย



-  ปิดท้ายกันด้วย “KFVALUE-A: กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นแวลู-สะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงศรี เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนกระจายใน “หุ้น Value-ไทย” ของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและ/หรือมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ก.ย. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

  1. ธนาคาร 42.22%

  2. พลังงานและสาธารณูปโภค 20.60%

  3. พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7.20%

  4. การแพทย์ 4.83%

  5. พาณิชย์ 3.17%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) BBL 7.93%, 2) SCB 7.93%, 3) KTB 7.89%, 4) PTT 4.65% และ 5) KBANK 7.59% ตามลำดับ”


สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นพื้นฐานดี” กระจายออกจาก “หุ้น Growth” เพื่อช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตของตัวเอง เชื่อว่า “หุ้น Value” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่ “ตลาดผันผวน” เช่นนี้


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Wealth EZ
“Passive Income”...คำตอบของการออมของ “คน 4.0” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.วรรณ ปักธง “ONE-USAV” ผ่าวิกฤต AI พิสูจน์กำไร! ชูจุดยุทธศาสตร์ “Growth to Value Rotation” เพิ่มโอกาสสร้างสมดุลพอร์ต รับมือตลาดสหรัฐฯ ผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
โลกว่าเหนื่อยแล้ว ไทยเหนื่อยกว่า!! เศรษฐกิจโตช้า หนี้ท่วม ดอกเบี้ยแพง เงินเฟ้อยังซ้ำ แล้วคนไทยจะรวยกี่โมง??
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มแอกซ่าเผยรายงาน ‘Future Risks Report 2026’ ชี้ AI แซงสภาพภูมิอากาศขึ้นแท่นเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ช้ำคือเรา“ สงคราม-น้ำมันแพง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่แค่ปัญหาของรัฐบาล เพราะคนจ่ายก็มีแต่เราเองนี่แหละ
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us