บิ๊กดีล! AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์ข้ามเจ้าพระยา อัดงบหมื่นล้านปั้นเอเชียทีคสู่ระดับโลก เล็งตั้งกองทุน Lifestyle Fund ดึงพันธมิตรร่วมทุน
บิ๊กดีลเขย่าวงการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา! เมื่อ AWC ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระดับโลก ทุ่มงบกว่า 2,000 ล้านบาท เนรมิตโครงการเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลก ผนึกกำลังกับ MONA พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชื่อดังจากออสเตรเลีย เปิดตัว "MONA Bangkok" ดันกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลกอย่างยั่งยืน คาดกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวคุณภาพโตกระฉูด
ส่องโปรเจกต์ยักษ์ เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก 4 รูปแบบสุดล้ำ
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ภายใต้การนำของ คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เดินหน้าพันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” (Building Better Future) อนุมัติงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร สู่ MONA Bangkok ซึ่งจะเป็นธีมเคเบิ้ลคาร์ข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลกที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
ความพิเศษของโครงการนี้ คือ การดีไซน์ที่ไม่มีเสารับกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สัญจรได้สะดวก โดยมีความสูงถึง 50 เมตร และใช้เวลาพัฒนาประมาณ 3 ปี ตัวเคเบิ้ลคาร์ถูกออกแบบให้เป็น "ศิลปะเคลื่อนไหว" (Kinetic Art) และกำลังศึกษาอยู่ถึง 4 รูปแบบ (Versions) เพื่อสร้างความตื่นเต้นระดับโลก ได้แก่
-
รูปแบบมิวเซียม: เชื่อมต่อการเดินทางเข้ากับศิลปวัฒนธรรม
-
รูปแบบ Zip-line: แพลตฟอร์มสายรัดนิรภัยให้ยืนเกาะราวรับลม
-
รูปแบบ Chairlift: ประสบการณ์นั่งห้อยขาเหมือนลอยอยู่กลางแม่น้ำ
-
รูปแบบเน้นความเร็ว: ตอบโจทย์การเดินทางข้ามฝั่งอย่างรวดเร็ว
โดยเคเบิ้ลคาร์นี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของย่าน ผสาน "เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น" เข้ากับโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของ AWC บนถนนเจริญนครที่มีเนื้อที่กว่า 20 ไร่ อย่างไร้รอยต่อ พร้อมสร้างพื้นที่สวนริมน้ำเพื่อยกระดับทัศนียภาพรอบด้าน
ผนึก MONA ออสเตรเลีย พลิกโฉมเอเชียทีคสู่ "Experience Retail" ระดับโลก
ไฮไลต์สำคัญคือการเชื่อมต่อตรงเข้าสู่ "MONA Bangkok" ณ เอเชียทีคฯ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ Museum of Old and New Art (MONA) พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและทรงอิทธิพลที่สุดจากประเทศออสเตรเลีย ก่อตั้งโดย คุณเดวิด วอลช์
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการพลิกโฉมโมเดลธุรกิจค้าปลีกครั้งใหญ่ โดยคุณวัลลภาระบุว่า ปัจจุบันรีเทลจะไม่ค่อยเป็นรีเทลอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ขายของทั่วไป สู่การสร้าง Experience และการเป็น AWC Lifestyle Destination ที่เชื่อมโยงคนหลากเจเนอเรชัน ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความทรงจำที่มีคุณค่าให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก
ด้วยเหตุนี้ AWC จึงมีแผนขยายพื้นที่ค้าปลีกและประสบการณ์ (Retail Area) ครั้งมโหฬาร จากเดิม 40,000 กว่าตารางเมตร ทะยานสู่แผนพัฒนาในอนาคตที่ครอบคลุมถึง 224,000 ตารางเมตร โดยจะทยอยเปิดให้บริการทีละส่วน
นอกจาก MONA Bangkok ที่จะสะท้อนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของไทยผ่านเทคโนโลยีนำชมสุดล้ำอย่าง “The O” แล้ว AWC ยังเตรียมสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำโดมจากการงาน World Expo ที่โอซาก้า มาจัดแสดง Immersive Life Performance ซึ่งเป็นการแสดงถาวรระดับโลก โดยเตรียมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้า
“ตลอดกว่า 25 ปีที่ผ่านมา เราทุ่มเทให้กับการศึกษาและพัฒนาแนวคิดใหม่ในการสร้างประสบการณ์พิพิธภัณฑ์ และความร่วมมือกับ AWC ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้ และประสบการณ์ดังกล่าวมาสู่กรุงเทพมหานคร หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ศิลปะรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก” คุณเดวิด วอลช์ ผู้ก่อตั้ง MONA กล่าวด้วยความตื่นเต้น
กางแผนงบประมาณ และโมเดลธุรกิจแกร่ง รับเทรนด์นักท่องเที่ยวโต
คุณไมเคิล ฮาริท หัวหน้าคณะกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล ของ AWC ระบุว่า โครงการนี้เป็นการหลอมรวมองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่
สำหรับเม็ดเงินลงทุนในอภิมหาโปรเจกต์ริมน้ำนี้ AWC ได้จัดสรรงบประมาณออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่
-
งบ 2,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงการเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
-
งบ 8,000 กว่าล้านบาท สำหรับโครงการที่จะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า (รวมโครงการ AV และการแสดง Immersive Life Performance)
-
งบ 4,000 กว่าล้านบาท อัดฉีดในส่วนของแผนพัฒนาตึกริมน้ำในอนาคต ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเรื่องผังเมืองเพื่อให้สามารถสร้างตึกที่มีสเกลเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
ในด้านโมเดลธุรกิจ แม้ปัจจุบัน AWC จะถือครองสินทรัพย์เอง 100% แต่กำลังศึกษาแนวทางการจัดตั้งกองทุน (AWC Lifestyle Fund) เพื่อเปิดโอกาสให้พันธมิตรมาร่วมลงทุนในระยะยาว
ในฝั่งภาพรวมตลาดพบว่า นักท่องเที่ยวคุณภาพยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นกว่า 20% และจีนกว่า 40% ซึ่งได้รับอานิสงส์จากนโยบาย Soft Power ของภาครัฐ ทำให้ AWC มั่นใจว่าแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล
“ด้วยความเชื่อมั่นว่า สถาปัตยกรรม และการออกแบบที่ดีสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนสัมผัสและเชื่อมโยงกับคุณค่าและความหมายของพื้นที่ โครงการนี้จึงสะท้อนแนวคิดดังกล่าว ผ่านการผสาน MONA Bangkok พื้นที่แห่งศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลก เข้ากับเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการเดินทางอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก” คุณวัลลภา กล่าวทิ้งท้าย
