เทียบฟอร์ม 4หุ้น เครื่องดื่ม ปี 64 ผลงานใครจะเด่นกว่ากัน

เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน ก็มักจะเป็นช่วงที่ผู้คนกระหายน้ำดื่ม ดังนั้นเองหลายๆแบรนด์จึงเร่งทำตลาดประกอบกับในปีนี้เทรนที่กำลังฮิตติดลมบนก็คือธีมของกัญชงแต่อย่างไรก็ตามจะต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์ไหนจะช่วยหนุนให้กำไรหุ้นเครื่องดื่มเติบโตขึ้นได้บ้าง


ธีมหุ้นในกลุ่มกัญชงโดยเฉพาะกลุ่มหุ้นอุตสาหกรรมเครื่องดื่มหลายๆเจ้าก็ออกมาประกาศว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่มีสารกัญชงผสมอยู่ในเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกสู่ท้องตลาดกันให้เห็นแล้ว โดย First mover เจ้าพ่อเครื่องดื่มสารสกัดชาเขียวอย่างคุณตัน ภาสกรนที แห่ง ICHI ก็ลั่นวาจาว่าจะมีผลิตใหม่ที่เกี่ยวกับกัญชงออกมาภายในเร็วๆนี้ 



รวมถึง SAPPE ที่กำลังหาพาร์ทเนอร์ต้นน้ำกับเกษตรกรในการปลูกกัญชง เพื่อรองรับวัตถุดิบให้เพียงพอในการทำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสำหรับเฟสแรก โดยคาดว่าจะเปิดตัวสินค้าได้ในไตรมาส 4/64 ขณะที่ TACC อยู่ระหว่างศึกษาตลาดและความต้องการของผู้บริโภค ในการที่จะผลิตสินค้ากัญชงในครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่เครื่องดื่มชูกำลัง CBG ก็ขอเอาด้วย แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐ


อย่างไรก็ตามหลายค่ายเครื่องดื่มต่างประกาศแผนแล้วว่าจะทำอะไร ดังนั้นเราจะพานักลงทุนมาดูว่าแผนธุรกิจที่ผู้บริหารวางแผนไว้ในปีนี้นั้นจะออกมาเป็นไปอย่างที่วางแผนกันหรือไม่ โดยมีนักวิเคราะห์หลายสำนักได้ประเมินถึงความเป็นไปได้ และโอกาสทางธุรกิจของแต่ละบริษัทเครื่องดื่มขวัญใจมวลชนกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง  Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง


รายแรกเริ่มกันที่ First mover อย่าง บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI จะได้เปิดตัวอิชิตัน กรีนแลปเครื่องดื่มผสมเทอร์ปีน (สารสกัดจากพืชให้กลิ่นหอมเหมือนกัญชง) มีคุณสมบัติทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาความเครียด และช่วยในการนอนหลับ คาดเริ่มวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อกลางเม..นี้ 


ส่วนในระยะถัดไปจะเป็นเครื่องดื่มผสมสาร CBD จากกัญชง คาดเริ่มจำหน่ายใน Q3/64 เมื่อภาครัฐประกาศให้ใช้ CBD ในกัญชงได้ ซึ่งมีแหล่งวัตถุดิบรองรับกับพันธมิตรแล้ว และคาดรายได้จากกลุ่มนี้ราว 50 ล้านบาทต่อเดือน โดยไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรใหม่เพิ่มเติม


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองว่า ICHI ยังเป็นหุ้นนำใน Theme Hemp/Cannabis โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 15.8 บาท จาก 13.7 บาท จากการปรับเพิ่มกำไร 64 -66 เฉลี่ย 16% จากการเพิ่มสมมติฐานรายได้กลุ่มกัญชงปีเฉลี่ย 400-900 ล้านบาท 


ทั้งนี้ในประมาณการ มองกลยุทธ์การปรับตัวไว เปิดตัวเครื่องดื่มกัญชง ในภาวะที่กระแส Demand มีสูง นอกจากช่วยเรื่องรายได้ที่จะเข้ามาช่วงแรก ซึ่งเป็นจุดเก็บเกี่ยวที่ดีที่สุดแล้ว ยังดีต่อความเสี่ยงกรณี น้ำดื่ม CBD ล่าช้าด้วย (ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มุ่งผลิตภัณฑ์นี้) รวมถึง ธุรกิจผ่านรอบลงทุนไปแล้ว และมีจุดเด่นด้านการตลาด และมี Track record ที่ดีด้านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยรวมประเมินกำไรปี 64 จะทำได้ 732 ล้านบาท เพิ่ม 41% จากปีก่อน เข้าใกล้ปีที่เคยสูงสุดในปี 57 มากขึ้นเรื่อยๆ 


ยังแนะนำซื้อและรับปันผลอยู่ที่ 0.5 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3.7% โดยราคาปัจจุบันแม้จะปรับขึ้นมามาก แต่มาจากจุดต่ำสุดของธุรกิจ และยังเป็นราคาโซนไอพีโอ ที่13 บาท ตั้งแต่ในปี 2557  ซึ่งธุรกิจมีความแข็งแกร่งกว่ารอบไอพีโอจากที่ผูกติดกับชาเขียว มาสู่กระจายผ่านสินค้าอื่น (เย็นเย็น, น้ำวิตามิน และ New s-curve “น้ำกัญชง”) รวมถึง ผ่านรอบลงทุนใหญ่แล้ว


ขยับมากันที่ SAPPE หุ้นที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนามเซปเป้ บิวตี้ ดริ้งค์ เครื่องดื่มเพื่อความงามก็ไม่ยอมน้อยหน้า ที่ล่าสุดพึ่งเปิดตัวเครื่องดื่มซีรี่ย์ใหม่มาเพรียวกัญ” Preaw x Cannabis และหอมอร่อยด้วยกัญ” All Coco x Cannabis นำเสนอ 4 เมนูใหม่ที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้าไปด้วย


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด ให้ข้อมูลว่า SAPPE เตรียมหาพาร์ทเนอร์ต้นน้ำกับเกษตรกรในการปลูกกัญชง เพื่อรองรับวัตถุดิบให้เพียงพอในการทำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสำหรับเฟสแรก โดยคาดว่าจะเปิดตัวสินค้าได้ในไตรมาส 4/64 นี้ สำหรับเฟส 2 มีแผนจะร่วมทุนกับเกษตรกรเพื่อเพาะปลูกกัญชงเพื่อขยายการส่งออกเครื่องดื่มไปยังบางประเทศในอนาคต จากข้อมูลของ fact.mr คาดว่ามูลค่าตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มจากกัญชาที่ถูกกฎหมายอยู่ที่ 200 ล้านเหรียญ โดยคาดอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 38% (คิดจาก CAGR ไปจนถึงปี 2029)


โดยยังคงประมาณการเดิมโดยคาดกำไรปี 64-65 อยู่ที่ 426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน และ 471 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 11% ตามลำดับ จากการคาดรายได้ปี 64-65 จะเติบโตปีละ 9% จากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นตลาด TT (go mass) และพัฒนาการออกสินค้าใหม่เพื่อสุขภาพเพื่อตอบรับกระแสผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์และเดลิเวอรี่เพิ่มขึ้น ขณะที่คุมต้นทุนได้ดีขึ้นจากการเพิ่มอัตราการผลิต +20% จากการปรับประสิทธิภาพเครื่องจักรไลน์ผลิต


ทั้งนี้ประมาณการยังมี upside จากการร่วมทุนที่จะมีสินค้าใหม่ในไตรมาส2/64 นี้และผลิตภัณฑ์กัญชงที่จะเพิ่มขึ้นในปลายปีนี้ เราปรับคำแนะนำเป็นซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวจากเดิม  ถือ  โดยมีราคาเป้าหมายใหม่อยู่ที่ 35 บาท จากเดิม 26 บาท ซึ่งคิดจาก PER ที่ 25 เท่า จากค่าเฉลี่ย PER ของกลุ่มเครื่องดื่ม จากเดิมคิดจากค่าเฉลี่ย PER ในอดีตย้อนหลัง 5 ปี ของ SAPPE ที่ 19 เท่า


ด้านของ TACC ในฐานะที่เป็นเจ้าของเครื่องดื่มตู้กดน้ำในร้านค้าสะดวกซื้อชื่อดังอย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ก็ไม่พลาดที่ปีนี้ ที่จะทำกัญชาและกัญชงทางการแพทย์ เพื่อขยายธุรกิจไปสู่ตลาดสินค้า Health and wellness ที่ใช้สาร CBD เป็นส่วนประกอบ 


โดยบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) มองว่า กรณีที่บริษัทวางเป้าหมายรายได้ปี 64 เติบโต 15% จากปีก่อน โดยเฉพาะการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปี ที่ยอดขายน่าจะฟื้นตัวตามกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ทั้งจากการเลิก Work from Home และการเปิดเทอม ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้จ่ายตามปกติ 


รวมถึงการร่วมลงทุนกับบริษัท ไทยคานาเทค อินโนเวชั่น จำกัด (TCI) ในสัดส่วนถือหุ้น 30% ซึ่ง TACC อยู่ระหว่างศึกษาตลาด และความต้องการของผู้บริโภคในการผลิตสินค้ากัญชงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อขยายธุรกิจไปสู่ตลาดสินค้า Health and wellness ที่ใช้สาร CBD เป็นส่วนประกอบ 


ดังนั้นจึงมีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อประเด็นดังกล่าว เรามีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากผู้บริหารออกมายืนยันการเติบโตของรายได้ราว 15%  (ใกล้เคียงที่เราคาดไว้โต 16% โดยรายได้จากส่วน All-café จากการรับรู้รายได้ upsize แก้ว 22 oz. ทั่วประเทศเต็มปี และรายได้จากรายได้ character business โต 60-70%  จากการเพิ่มขึ้นของละครขึ้นอีก 2 ตัว ใน ปี 64 ส่งผลให้บริษัทมีตัวการ์ตูนทั้งหมด 5 ตัว


โดยคงกำไรสุทธิปี 64 จะทำได้ 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนด้วยการขยายสาขาของเซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 700 สาขาต่อปี และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากโครงการ upsize 22 ออนซ์ ขณะเดียวกันยังมีอัพไซด์จากธุรกิจเครื่องดื่มกัญชงและ Tesco Lotus แนะนำซื้อและราคาเป้าหมายที่ 11.60 บาท อิง 64 PER ที่ 21.6 เท่า


ปิดท้ายกันที่ CBG ผู้ประกอบการเครื่องดื่มชูกำลังรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่ากำลังศึกษาที่จะออกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชงภายในปีนี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัดเปิดมุมมองว่า บริษัทเปิดเผยถึงความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มผสมกัญชง โดยได้พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ผสมสาร CBD(Cannabidiol) และ Terpenes (สารให้ความหอม และช่วยในการผ่อนคลาย) มาเป็นระยะแล้ว 


ทั้งนี้คาด CBG จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มนี้ได้เป็นรายแรกๆ ของตลาด โดยรอเพียงผลผลิตกัญชงจากต้นน้ำ และกลางน้ำ รวมถึงกฎหมายอนุญาตจากทางกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น คาดจะได้เห็นผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อย่างเร็วในไตรมาส 3/64 และเป็น Upside ต่อประมานการของเรา


ยังคงประมาณการกำไรปี 2564 ที่ 4,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น26.9% จากปีก่อน แต่ด้วยมีโอกาสจากสินค้าใหม่ ตลาดจีน การลดต้นทุนการผลิตทำให้มีโอกาสที่กำไรปี 2564 อาจดีกว่าที่คาดไว้ได้ จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ แม้ว่าจะเหลือ Upside gain เพียง 9.7% จากราคาเป้าหมายที่ 152.50 บาท


ขณะเดียวกันตลาดจีนเป็นธงหลักในการเติบโตสำหรับปี 64 เนื่องจากอุปสงค์ฟื้นตัว หลังสถานการณ์ COVID -19 คลี่คลาย โดยเฉพาะใน 5 มณฑลสำคัญซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท ประกอบกับ กลยุทธ์ของบริษัทในการร่วมมือกับพันธ์มิตรผู้จัดจำหน่ายตลาดจีนเริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในจีนจะเติบโตไม่ต่ำกว่าเท่าตัวในปี 2564 จากเดิม 385 ลบ. ในปี 2563 


สำหรับโรงงาน APM(ผลิตกล่องกระดาษ, ฉลาก และฟิล์ม) จะเริ่มผลิตได้ในเดือนมี..ช่วยเพิ่มคุณภาพ และภาพลักษณ์ของสินค้า เนื่องจากบริษัทสามารถผลิต และควบคุมคุณภาพได้เอง รวมถึงช่วยในการลดต้นทุนได้ราว 100 ล้านบาทต่อปี และได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีจาก BOI ด้วย



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us