เทียบฟอร์มหุ้นลิสซิ่ง ต้อนรับ “เงินติดล้อ”

กระแสความร้อนแรงของหุ้นไอพีโอสุดฮอตอีกหนึ่งตัวที่น่าจับตา อย่างบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ที่เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของหุ้นในกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ ดังนั้นครั้งนี้ทีมข่าว Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจหุ้นกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ที่อยู่ในสายตานักลงทุนมาอย่างต่อเนื่องว่าจะมีความน่าสนใจสักแค่ไหน และเมื่อเทียบฟอร์ม “เงินติดล้อ” จะสู้รุ่นพี่ได้หรือไม่ ไปดูกันเลย



MTC ผลงานนิวไฮไม่หยุด

เริ่มจาก MTC หรือ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยปี 63 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,214 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.06% เทียบปี 62 มีกำไรสุทธิ 4,237 ล้านบาท โดยพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 70,607 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เทียบกับปี 2562 อยู่ที่ 60,253 ล้านบาท ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.06% เทียบพอร์ตสินเชื่อรวม โดยปี 63 มีรายได้รวม 6,807.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 62 ที่อยู่ระดับ 5,847.19 ล้านบาท


ขณะที่ปี 64 บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ 20-25% วางงบลงทุนสำหรับการขยายสาขาไว้ที่ 300 ล้านบาท เพื่อเตรียมเปิดเพิ่มอีก 600 สาขา ซึ่งคาดว่าจะครบ 5,500 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ จากสิ้นปี  63 อยู่ที่ 4,884 สาขา เพื่อรองรับกลุ่มคนที่มีความต้องการสินเชื่อ แต่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสินเชื่อของระบบสถาบันการเงิน รวมถึงกลุ่มคนที่ยังพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ


ด้านนักวิเคราะห์ บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเมินคาดกำไรไตรมาส 1/64 จะ ทำ New high: คาดว่าอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.8% จากไตรมาสก่อน โดยการเติบโตขึ้นของสินเชื่อจะทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น และทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงขึ้นด้วย ถึงแม้จะคาดว่าไตรมาสนี้กำไรจากการขายทรัพย์สินรอขายจะไม่มากเหมือนในไตรมาสก่อน แต่ก็คาดว่า การตั้งสำรองจะลดลง และยังทำให้กำไรเพิ่มสูงขึ้นได้


คาดสินเชื่อโตต่อจากความต้องการใช้เงิน โดยยังมองว่าความต้องการใช้เงินยังมีอยู่มาก และจะทำให้สินเชื่อของ MTC เติบโตต่อประมาณ 4% จากไตรมาสก่อน แต่ยังน้อยกว่าไตรมาสก่อน ที่สินเชื่อเติบโต 5.4% จากไตรมาสก่อน โดยปกติไตรมาส 1 จะเป็นไตรมาสที่สินเชื่อของ MTC เติบโตน้อยที่สุด


ดังนั้น ยังแนะนำ "ทยอยซื้อ"ยังคงราคาพื้นฐานไว้ที่ 71 บาท ยังคงประมาณการกำไรปี 64 ของ MTC ไว้ที่ 6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากปีก่อน โดยมองว่าสินเชื่อที่ยังโตต่อเนื่อง และความจำเป็นที่จะต้องตั้งสำรองที่ลดลงจะทำให้ MTC จะยังมีผลประกอบการ New high ต่อไปได้



SAWAD กำไรสุทธิปี 64 จะเติบโต 18.1%

ต่อมา SAWAD หรือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อย ภายใต้เครื่องหมายบริการ "ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ" โดยงานงวดปี 63  บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 4,790.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 862.08 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 21.94% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562  ที่มีกำไรสุทธิ 3,928.75 ล้านบาท และมีรายได้รวม 9,928.94  ล้านบาท เติบโตจากปี 62 ที่มีรายได้รวม 8,788.04 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 63 มีสาขา 4,750 สาขา


โดยมีรายได้ดอกเบี้ย 8,166.09  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 926.83 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.80%เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2562 ที่มีรายได้ดอกเบี้ย7,239.26  ล้านบาท  ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้จาก 39,488.97 ล้านบาท ในช่วงสิ้นสุดปี 62 เป็น 40,954.28 ล้านบาท ในช่วงสิ้นสุดปี 63  ทั้งนี้การเติบโตของพอร์ตลูกหนี้มาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกลุ่มบริษัท สำหรับตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ของบริษัทได้ปรับลดลงจากงวดสิ้นปี 62 บริษัทมีเอ็นพีแอล 3.83% ปรับลดลงมาเหลือ 3.50% สำหรับงวดสิ้นสุด 31 ธ.ค.63 ขณะที่ปี 64 บริษัทคาดว่ารายได้และพอร์ตลูกหนี้จะเติบโต 20%


นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดบอกว่า คงคำแนะนำซื้อ SAWAD ให้ราคาพื้นฐาน 98 บาท โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 64 จะเติบโต 18.1% ซึ่งมาจากสินเชื่อเติบโต 19.2%, รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 23%, C/I ratio 45.2% แต่ Spread ลดลงเป็น 14.6% (จาก 15.8% ในปี 63) และตั้งสำรองฯ เพิ่มเป็น 119bps(จาก 78bps ในปี 63)



SAK ขยายพอร์ตสินเชื่อเป็น 8,400 ล้านบาท

ตามมาด้วยรุ่นพี่ที่เข้าตลาดหุ้นมาได้ไม่นานอย่าง SAK หรือ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับของธนาคารแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สินเชื่อส่วนบุคคลที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่ออื่น


โดยปี 63 บริษัท มีกำไรสุทธิ 561.9 ล้านบาท เติบโต 62.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 345.9 ล้านบาท เนื่องจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลง 259.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น 22.1 % หลังไม่มีผลขาดทุนจากการปิดสัญญา และความสำเร็จการบริหารหนี้ NPLs อยู่ในระดับ 2-2.5% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ประกอบกับปัจจัยสนับสนุนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินต่ำลง


ด้านภาพรวมพอร์ตสินเชื่อในปี 63 อยู่ที่ 6,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6,637 ล้านบาท โดยปี 64 มุ่งขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเป็น 8,400 ล้านบาท จากฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งสาขาเดิมและสาขาใหม่ในปีนี้ที่จะขยายเพิ่ม 200 แห่ง จากปี 63 ที่มี 519 สาขา โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11 บาท



TIDLOR ราคาเหมาะสม 36.4-49.4 บาท

และไอพีโอสุดฮอตของกลุ่มอย่าง บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ผู้นำในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัยโดยภาพรวมผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 61 – 63 มีรายได้รวม 7,569.4 ล้านบาท 9,457.9 ล้านบาท และ 10,558.9 ล้านบาท ตามลำดับ และ มีกำไรสุทธิ 1,306.2 ล้านบาท 2,201.7 ล้านบาท และ 2,416.1 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของกำไรสุทธิอยู่ที่ 36.0% ในช่วงเวลาเดียวกัน


ในช่วง 3 ปีข้างหน้านับจากนี้ ประเมินอัตราการเติบโตจะอยู่ในช่วง 15-20% สำหรับธุรกิจสินเชื่อ จากผู้ประกอบการรายเล็กจะค่อยๆหายไป จากกฏระเบียบของภาครัฐที่จะออกมา ทำให้ผู้ประกอบการเงินทุนที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้ ขณะที่ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประเมินว่าอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ระดับมากกว่า 40% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า


โดย ณ สิ้นปี 63 มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศกว่า 1,076 สาขา ซึ่ง เงินติดล้อ ได้วางกลยุทธ์รักษาความเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ผ่านการขยายเครือข่าย  อีกประมาณ 500 แห่งภายในปี 2566 ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของ TIDLOR อยู่ในระดับต่ำที่ 1.7% ณ สิ้นปี 2563


การเสนอขายหุ้นสามัญโดยบริษัทฯ ในครั้งนี้ได้มีการกำหนดช่วงราคาเสนอขายที่ 34.0 – 36.5 บาทต่อหุ้น โดยหากพิจารณากำไรสุทธิของบริษัทฯ ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563) ซึ่งเท่ากับ 2,416.1 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 2,318,984,570 หุ้น (Fully Diluted) (บนสมมติฐานว่ามีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวน 212,951,549 หุ้น) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings Per Share) เท่ากับ 1.04 บาทต่อหุ้น และอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) ประมาณ 32.6 – 35.0 เท่า


ส่วน P/E Ratio ของบริษัทจดทะเบียนอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันสำหรับธุรกิจสินเชื่อ เฉลี่ยประมาณ 27.4 เท่า และสำหรับธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต เฉลี่ยประมาณ 37.7 เท่า โดยอ้างอิงข้อมูลในช่วงระยะเวลา 180 วันย้อนหลังล่าสุดนับจากวันที่ 31 มีนาคม 2564


ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า TIDLOR (NOT RATED) หนึ่งในผู้นำการให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน โดย TIDLOR มีแผนขายหุ้น IPO จำนวน 907 ล้านหุ้น โดยมีราคา IPO อยู่ที่ 34.0-36.5 บาท/หุ้น คิดเป็น PER ที่ 26.0 เท่า เทียบกลุ่มเฉลี่ยที่ 21.3 เท่า และ PBV ที่ 3.9 เท่า เทียบกลุ่มเฉลี่ยที่ 5.0 เท่า


ทั้งนี้ TIDLOR ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก รถไถ รถแทรกเตอร์) สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และบริการนายหน้าประกันภัย โดยมีแผนที่จะขยายธุรกิจผ่านช่องทาง Omni-channel เบื้องต้นประมาณการปี 64-65 ของตลาดอยู่ที่ 3,262 ล้านบาท เติบโต 35% และ 4,121 ล้านบาท เติบโต 26% จากปีก่อน


สำหรับเป้าหมาย อยู่ที่ 36.4-49.4 บาท โดยมองว่าภาพรวมธุรกิจ TIDLOR ค่อนข้างน่าสนใจ จากการเติบโตของสินเชื่อรวม และค่าธรรมเนียมการขายประกัน นอกจากนั้นยังมีคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดย NPL Ratio อยู่ระดับต่ำ และ Coverage Ratio อยู่ระดับสูง



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us