จับตาศึกเลือกตั้งอิสราเอล Netanyahu อยู่ต่อหรือเปลี่ยนผู้นำ? การเดิมพันที่อาจสะเทือนราคาน้ำมันโลก

การเลือกตั้งอิสราเอลกำลังชี้ชะตาว่า เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิสราเอล จะยังได้อยู่ต่อไปหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 อิสราเอลได้เริ่มจัดการเลือกตั้ง และตอนนี้การนับคะแนนก็ครบแล้ว โดยผลล่าสุดชี้ว่า ขั้วรัฐบาลของเนทันยาฮูได้ 53 ที่นั่งจากทั้งหมด 120 ที่นั่งในสภาอิสราเอล หรือ Knesset 


ขณะที่ขั้วฝ่ายค้านนำโดย กาดี ไอเซนคอต (Gadi Eisenkot) ได้ 48 ที่นั่ง และพรรคอาหรับได้ 19 ที่นั่ง


ทั้งนี้การจัดตั้งรัฐบาลของอิสราเอล จำเป็นต้องมีอย่างน้อย 61 ที่นั่ง ทำให้ในตอนนี้ การเมืองอิสราเอลเข้าสู่ช่วงเจรจาตั้งรัฐบาลผสมที่อาจยืดเยื้อ


แต่เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญแค่กับอิสราเอลเท่านั้น เพราะนักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาว่า ช่วงเจรจานี้จะทำให้ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านลากยาวด้วยหรือไม่ 


เพราะหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงต่อเนื่อง หรือรุนแรงขึ้น ก็อาจกระทบต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันทั่วโลกเพิ่มเติม 


เบนจามิน เนทันยาฮู คือใคร และทำไมถึงเป็นที่ถกเถียง?

เนทันยาฮูเกิดในปี 1949 และเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดของอิสราเอล


เขาเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 1996 กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งในปี 2009 ก่อนพ้นตำแหน่งในปี 2021 และกลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2022


เนทันยาฮูเป็นผู้นำพรรค Likud ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองแบบฝ่ายขวา คือให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ การมีกองทัพที่เข้มแข็ง และการรับมือกับภัยคุกคามจากอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธอย่างฮามาส


นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนการปฏิรูปเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเติบโต และมีส่วนในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของอิสราเอลขยายตัว


อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนที่สนับสนุนเขา แต่ก็มีคนที่ต่อต้านเขาไม่น้อยเช่นกัน


โดยฝ่ายต่อต้านมองว่า รัฐบาลของเขาล้มเหลวในการป้องกันการโจมตีของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023  ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันมากมาย


นอกจากนี้ การทำสงครามในฉนวนกาซาก็ทำให้พื้นที่เสียหายอย่างหนัก และเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างรุนแรง


แถมยังมีเสียงวิจารณ์อื่น ๆ เช่น เจรจาปล่อยตัวประกันล่าช้า ไม่มีแผนการบริหารฉนวนกาซาที่ชัดเจนหลังสงคราม และมีการพยายามปฏิรูประบบศาลที่จุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในอิสราเอล


โดยเนทันยาฮูปฏิเสธการกล่าวหาทั้งหมด และยังยืนยันว่าการใช้กำลังทางทหารเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องประเทศ


ทำไมการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ถึงไม่ง่าย?

แม้เนทันยาฮูจะเป็นผู้นำพรรคที่ได้ที่นั่งมากที่สุด แต่ขั้วของเขายังขาดอีก 8 ที่นั่ง (ปัจจุบันมี 53 ที่นั่ง) เพื่อให้ถึงเสียงข้างมาก


แถมทางเลือกที่ดูเหมือนง่ายที่สุดคือการร่วมมือกับพรรคอาหรับ ซึ่งมี 19 ที่นั่ง ก็ดันมีติดขัดอีก เพราะเนทันยาฮูเคยประกาศไว้ชัดเจนว่าการตั้งรัฐบาลที่พึ่งพาพรรคอาหรับเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ทางการเมือง


ด้านฝ่ายค้านอย่าง ไอเซนคอต ก็เจอปัญหาเดียวกัน เพราะทั้งเขาและพันธมิตรสำคัญหลายฝ่ายก็ไม่ต้องการพึ่งพาพรรคอาหรับในการจัดตั้งรัฐบาล


แต่อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ไอเซนคอตจะยอมรับเสียงสนับสนุนจากพรรคอาหรับเพื่อโค่นเนทันยาฮูก่อน แล้วค่อยเจรจาเงื่อนไขต่าง ๆ กันภายหลัง แต่แนวทางนี้ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน และอาจติดปัญหาจากพันธมิตรฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับการร่วมมือกับพรรคอาหรับ


ตลาดทั่วโลกกำลังจับตาว่า ถ้าเนทันยาฮูได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ นโยบายสงครามจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นต่อหรือไม่

ถ้าเนทันยาฮูยังได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป อิสราเอลก็มีแนวโน้มสูงที่จะให้ความสำคัญกับการใช้กำลังทางทหารและกดดันอิหร่านต่อ


ซึ่งถ้าความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านรุนแรงขึ้น การโจมตีแหล่งผลิตพลังงาน หรือช่องทางขนส่งพลังงาน ก็จะยิ่งกระทบกับการผลิตและขนส่งน้ำมัน


ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น น้ำมันก็อาจหาซื้อได้ยากขึ้น ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวล ทำให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง หรือปรับตัวขึ้นต่อได้ ส่วนเพิ่มของราคาที่เกิดจากความกังวลนี้เรียกว่า Risk Premium หรือส่วนเพิ่มราคาที่สะท้อนความเสี่ยง


อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงนี้ไม่ได้เกิดจากการเลือกตั้งอิสราเอลเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความกังวลเรื่องสงครามและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางเป็นหลัก 


การเลือกตั้งจึงเป็นเหมือน หนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนมากกว่าเป็นสาเหตุหลัก


แล้วถ้าเปลี่ยนผู้นำ สถานการณ์จะต่างออกไปไหม?

ในปัจจุบัน คู่แข่งคนสำคัญของเนทันยาฮูคือ กาดี ไอเซนคอต อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิสราเอล และผู้นำพรรค Yashar ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองแบบสายกลาง


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผู้นำไม่ได้หมายความว่าอิสราเอลจะมีแนวทางทางทหารที่อ่อนลงโดยอัตโนมัติ


เพราะไอเซนคอตเองก็ให้ความสำคัญกับความมั่นคง และสนับสนุนการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการทำลายขีดความสามารถทางทหารของฮามาส


ที่สำคัญ เขาไม่ได้ประกาศว่าจะยุติการเผชิญหน้าทางทหารทั้งหมด ความแตกต่างจึงอาจอยู่แค่ที่วิธีตัดสินใจทางทหารและการทูตมากกว่า


สำหรับตลาดน้ำมัน รัฐบาลชุดใหม่อาจช่วยลดความตึงเครียดได้บ้าง หากมีการใช้การทูตเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น


แต่ถ้าสถานการณ์ยังคงรุนแรงขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ราคาน้ำมันก็ยังมีสิทธิ์เผชิญแรงกดดันต่อไปอยู่ดี


แล้วนักลงทุนควรติดตามอะไรต่อ?

สิ่งที่ต้องจับตาในระยะสั้น คือการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ว่าเนทันยาฮูหรือไอเซนคอตจะรวบรวมเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาได้อย่างน้อย 61 ที่นั่งหรือไม่ และต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่


เพราะหากการเจรจายืดเยื้อ อิสราเอลอาจต้องบริหารประเทศไปก่อนด้วยรัฐบาลรักษาการ ทำให้ทิศทางนโยบายด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์กับอิหร่านยังไม่แน่นอน


และเมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้ว สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ รัฐบาลจะรับมือกับอิหร่านยังไง และความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะรุนแรงขึ้นหรือคลี่คลายลง


ท้ายที่สุด การเลือกตั้งอาจเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้บริหารอิสราเอล แต่ทิศทางราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลงก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลใหม่จะตัดสินใจอย่างไร และการตัดสินใจนั้นจะกระทบต่อปริมาณน้ำมันที่โลกผลิตและขนส่งได้มากน้อยแค่ไหน


ที่มา: Reuters, Times of Israel, NPR, Economic Times

Most Viewed
Wealth EZ
“การยื่นแบบเสียภาษี”…สำหรับ “คู่สมรส” !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
คนที่มี “Willingness” ใกล้เคียงกัน...แต่มี “Ability” ต่างกัน อาจจะทำให้มี “สัดส่วนการลงทุน” ที่ต่างกันได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
จับตา THAI กำไร Q3/69 ยังหดแรง แต่โบรกฯ เชื่อผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นสงครามสงบ-ผู้บริหารชุดใหม่ หนุนหุ้นฟื้น
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
ทองคำดิ่งหลุด 4,000 ดอลลาร์ ร่วงกว่า 30% จากราคาสูงสุด เดือนม.ค. ถึงเวลาเก็บหรือยังลงได้อีก?
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
จับตาศึกเลือกตั้งอิสราเอล Netanyahu อยู่ต่อหรือเปลี่ยนผู้นำ? การเดิมพันที่อาจสะเทือนราคาน้ำมันโลก
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us