Official Update :

“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!

สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นเวียดนาม” (VN30) ปรับตัวลง -5.73% “ผิดความคาดหมาย” ของตลาดหลังได้เลื่อนชั้นสู่ “ตลาดเกิดใหม่” ในดัชนี “FTSE Emerging Market” อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ก.ย. 26 ที่ผ่านมา


ทำให้ผลงาน “กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ผลงานซบตามตลาดไปด้วย ผลงานเฉลี่ยติดลบ -4.75% โดยกองทุนส่วนใหญ่กว่า 87% ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่


อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมอง “หุ้นเวียดนาม” น่าสนใจสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” และคววามผันผวนในระยะสั้นมองเป็นโอกาสในการทยอยเข้าลงทุนได้


ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งมีการเติบโตโดดเด่นในเอเชีย ในไตรมาสที่2/26 GDP โต 8.39% ในขณะที่ภาครัฐตั้งเป้าจะโตมากกว่า 10% ให้ได้ในปีนี้เลยทีเดียว


ฝั่ง “หุ้นเวียดนาม” เอง ราคายัง “ถูก” มี Forward 12M P/E เพียง 9.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 11.18 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ +17.61% (ที่มา: Boomberg, วันที่ 25 ก.ย. 26)


สำหรับ 5 “กองหุ้นเวียดนาม” ที่มีผลงานปีนี้ “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


2 “กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ผลงาน “สุดปัง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +1.56
%...“TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45%

จากการสำรวจผลงานของ “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ (ณ วันที่ 29 ก.ย. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 47 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -4.75% (ดีสุด +2.45%, แย่สุด -12.36%) โดยมีกองทุนส่วนน้อยเพียง 6 กอง คิดเป็น 13% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ส่วนใหญ่ที่เหลือ 41 กอง คิดเป็น 87% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่


สำหรับ “กองหุ้นเวียดนาม” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ 2 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น ทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยได้ +1.56% นำมาโดย

1) “TVIETNAM” ของบลจ.ทิสโก้  +2.45%

2) “ASP-VIETRMF” ของบลจ.แอสเซท พลัส  +0.67%



5 “กองหุ้นเวียดนาม” ผลงานปีนี้ “สุดแป้ก” ติดลบเฉลี่ย -10.16%...“UVO” ร่วงมากสุด -12.36%

ส่วน 5 “กองหุ้นเวียดนาม” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบปีนี้ ติดลบเฉลี่ย  -10.16% ได้แก่

1) “UVO” ของบลจ.ยูโอบี  -12.36%

2) “PRINCIPAL VNEQ-USD” ของบลจ.พรินซิเพิล  -12.23%

3) “KFVIET-A” ของบลจ.กรุงศรี  -9.12%

4) “MVIET” ของบลจ.เอ็มเอฟซี  -8.49%

5) “DAOL-VIETGROWTH” ของบลจ.ดาโอ  -8.31%


“
Sell on Fact” หุ้นเวียดนาม เป็นโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว”…คาดมีเม็ดเงินจ่อเข้า 5 – 6 พันล้านดอลลาร์

ตลาดคาดว่าการที่ “หุ้นเวียดนาม” ปีนี้ไม่วิ่งรับข่าว แต่เลือก “Sell on Fact” เมื่อหุ้นเวียดนามถูกเลื่อนชั้นสู่ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” จริงๆ ในดัชนี “FTSE Emerging Market” เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 26 ที่ผ่านมา เพราะในปีก่อนหน้า “หุ้นเวียดนาม” ปรับตัวขึ้นถึง 41% แล้ว เมื่อถึงวันที่มีผลบังคับใช้จริงในเดือนก.ย. 26 จึงเกิดแรง “ขายทำกำไร” (Profit-taking) จากนักลงทุนสถาบันและ Active Funds ตามสถิติที่เคยเกิดขึ้นในตลาดอื่น เช่น ซาอุดีอาระเบีย หรือ โรมาเนีย เป็นต้น


โดยการนำ “หุ้นเวียดนาม” เข้าดัชนี “FTSE EM” ครั้งนี้ จะแบ่งเป็น 4 ระยะ จาก 10% ไปจนครบ 100% ใช้เวลา 1 ปี

  1. ก.ย. 26: สัดส่วนการนำเข้า 10%

  2. มี.ค. 27: สัดส่วนการนำเข้า 20%

  3. มิ.ย. 27: สัดส่วนการนำเข้า 35%

  4. ก.ย. 27: สัดส่วนการนำเข้า 35%


นอกจากนี้ ยังมี “แรงขายของนักลงทุนต่างชาติ” เพื่อรอความชัดเจนด้านสภาพคล่องของระบบ Non-prefunding (NPF) และการปรับพอร์ตของกองทุน Passive ETF ตลอดจนความกังวลของนักลงทุนต่อ “การคุมเข้มภาคอสังหาริมทรัพย์และธนาคาร” หลัง “ธนาคารกลางเวียดนาม” (SBV) ยังคงใช้ความระมัดระวังในการกำกับดูแลคุณภาพสินเชื่อและ NPL ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้หุ้นกลุ่มการเงินและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นน้ำหนักหลักของดัชนีปรับตัวสะท้อนความกังวลดังกล่าวด้วยเช่นกัน


“อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากกลุ่มกองทุน ‘Passive Fund’ ได้ถึง 5,000 – 6,000 ล้านดอลลาร์ หากรวมกับ ‘Active Fund’ อาจสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว ดังนั้นจังหวะที่ตลาดย่อตัวในช่วงหลังการยกระดับขึ้นเป้นตลาดเกิดใหม่ของทาง ‘FTSE’ จึงเป็นโอกาสในการสะสมสำหรับการลงทุนระยะปานกลาง-ยาวที่น่าสนใจ”


สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพ มี “Story of Growth” รองรับ “ราคาไม่แพง” แม้ระยะสั้นยังมีความผันผวน แต่สำหรับการลงทุน “ระยะปานกลาง-ยาว” ยังคงน่าสนใจ เชื่อว่า “หุ้นเวียดนาม” จะเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะภาครัฐเองก็กำลังวางแพลนที่จะก้าวสู่การเลื่อนชั้นสู่ดัชนี “MSCI” เพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
EGCO ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! Q3/69 กำไรฟื้นแตะ 1.2 พันลบ. AE II เพิ่มอัพไซส์-ปันผล 3.25 บาท ลุ้นปี 70 กำไร 4.6 พันลบ. โตแรง 39%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us