คนญี่ปุ่นนิยม ‘เน้นการออม’…มากกว่า ‘การลงทุน’!!!

หากพูดถึงประเทศ “ญี่ปุ่น” หลายๆ คนคงนึกถึงภูเขาไฟฟูจิ ปลาดิบ ขนมอร่อยๆ การ์ตูนอนิเมชั่น นินจา ซามูไร และอะไรอื่นๆ ต่อมีอะไรอีกมากมาย แต่เคยรู้กันไหมครับว่า คนญี่ปุ่นมีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องการเงินที่น่าสนใจมากๆ อยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว 




แน่นอนว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ต้องเจอกับภัยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว พายุไต้ฝุ่น หรือสึนามิบ่อยครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่คนญี่ปุ่นนิยม ‘เน้นการออม’ มากกว่า ‘การลงทุน’ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้จ่ายในยามฉุกเฉินตลอดเวลา ซึ่งจะเน้นการ ‘ฝากเงิน’ ไว้กับธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก จนทำให้ธนาคารกลาง (Bank of Japan: BOJ) ต้องดำเนินนโยบายดอกเบี้ยแบบติดลบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย และการลงทุนมากขึ้นแทน โดยแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการเงินที่น่าสนใจจากประเทศญี่ปุ่นมีดังนี้ครับ




-“Hesokuri” หรือ “เงินเก็บลับๆ (Secret Savings)” ซึ่งมีที่มาจากเรื่องเล่าในยุคศตวรรษที่ 16 เกี่ยวกับ ‘นาง Chiyo’ ซึ่งเป็นภรรยาของซามูไรผู้หนึ่งที่มีชื่อว่า “Kazutoyo Yamanouchi” ทั้งนี้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมในยุคนั้น ภรรยาชาวญี่ปุ่นจะเป็นผู้ที่ทำหน้าบริหารจัดการเรื่องการเงินของครอบครัวทั้งหมด ในขณะที่สามีจะเป็นผู้ออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว




“เมื่อภรรยาได้รับเงินจากสามีมาก็จะทำการจัดสรรเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ในครอบครัว ตลอดจนให้เงินจำนวนหนึ่งแก่สามีเพื่อเอาไว้ใช้จ่าย โดยเงินดังกล่าวนี้เรียกกันว่า “Okozukai” หรือ “เบี้ยเลี้ยง (Allowance)” หรือ “เงินติดกระเป๋า (Pocket Money)” ซึ่งเปรียบเสมือนกับเงินค่าขนมของเด็กๆ นั่นเองครับ”

 

 

โดยสามีสามารถนำเงินดังกล่าวไปบริหาร หรือใช้จ่ายเองได้ตามใจชอบ แต่หารู้ไม่ว่า ภรรยาได้กัน “เงินเก็บลับๆ” ไว้ส่วนหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน หรือกรณีอื่นๆ ที่จำเป็น ในกรณีของนาง Chiyo ก็ได้เก็บซ่อนเงินทีละเล็กทีละน้อยไว้อย่างลับๆ จากสามี และไม่ให้คนในบ้านรู้เป็นเวลานานหลายปี จนสะสมได้เป็นเงินจำนวนมากพอ เพื่อนำไปซื้อม้าพันธุ์ดีมาให้สามีใช้ในการออกศึก และรบจนชนะศัตรูได้
 


เงินเก็บลับๆ นี่เองครับที่มีชื่อเรียกกันว่า “Hesokuri” แน่นอนว่า เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป การให้ภรรยาควบคุมเรื่องการเงินของครอบครัวเริ่มมีแนวโน้มลดลง สามีเริ่มมีบทบาทในการบริหารเงินร่วมกันมากยิ่งขึ้น แต่เรื่องเบี้ยเลี้ยง และการเก็บเงินลับๆ อย่างสม่ำเสมอก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ในแทบทุกบ้านในประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้หายสาบสูญไปไหนแต่อย่างใด”




-“Kakeibo” หรือ “สมุดบัญชีการเงินสำหรับครัวเรือน (Household Financial Ledger)” เป็นสมุดบันทึกประมาณการณ์รายรับรายจ่าย (Budget) ที่อยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมานานมากกว่า 100 ปีแล้ว เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1904 คิดค้นขึ้นโดย Hani Motoko” นักหนังสือพิมพ์หญิงคนแรกของญี่ปุ่น และยังคงมีการใช้กันอย่างแพร่หลายมาตลอด



“ซึ่งเคล็ดลับที่สำคัญของ Kakeibo” ก็คือ การให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ต่อตัวเองในการจดบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด และต้องจดบันทึกในสมุดบัญชีอย่างมีวินัยด้วยลายมือตนเองเป็นหลักเท่านั้น (ไม่ใช้โปรแกรม หรือ Application ในการทำบัญชีครัวเรือนแต่อย่างใด) โดยให้จดบันทึกรายการรายรับรายจ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละเดือนใส่ในสมุดบัญชี รวมถึงต้องมีการตั้งเป้าหมายเงินออมไว้อย่างชัดเจนด้วย”




ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้เห็น “ประมาณการรายรับ-รายจ่าย” และ “เงินออม” ที่ต้องการได้ รวมถึงสามารถหาความสัมพันธ์ว่า สามารถใช้จ่ายเงินได้พอดีกับรายรับที่คาดไว้หรือไม่ ตลอดจนเรียนรู้ที่จะตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไป นอกจากนี้ ผู้จดยังต้องสามารถตอบคำถาม 4 ข้อดังกล่าวนี้ให้ได้ด้วย


  • คุณมีรายได้มากน้อยเท่าใด (Income)

  • คุณอยากออมเงินให้ได้เท่าใด (Saving)

  • คุณใช้จ่ายเงินมากน้อยเท่าใด (Spending)

  • คุณจะปรับเปลี่ยนอะไรบ้างเพื่อให้ชีวิตของคุณดีขึ้น (Improvement)




แน่นอนว่า เมื่อมีการ “จดบันทึก” ด้วยลายมือตนเองก็จะช่วยให้ผู้จดคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองใช้จ่ายได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของตนเองได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นนั่นเองครับ

 

Share: